[x] ปิดหน้าต่างนี้
Powered by ATOMYMAXSITE 2.5
ศูนย์ปฏิบัติการร่วมในการช่วยเหลือประชาชนขององค์การปกครองส่วนท้องถิ่น อำเภอราษีไศล จังหวัดศรีสะเกษ


  

   เว็บบอร์ด >> ห้องนั่งเล่น >>
สธ.เผยพบผู้เสียชีวิต 1 รายจากภาวะลิ่มเลือดอุดตัน หลังฉีดวัคซีนแอสตร้าเซนเนก้า  VIEW : 11    
โดย สล็อต

UID : ไม่มีข้อมูล
โพสแล้ว : 1
ตอบแล้ว :
เพศ :
ระดับ : 1
Exp : 20%
เข้าระบบ :
ออฟไลน์ :
IP : 49.230.197.xxx

 
เมื่อ : พุธ ที่ 8 เดือน กันยายน พ.ศ.2564 เวลา 23:47:54    ปักหมุดและแบ่งปัน




กระทรวงสาธารณสุข เปิดเผยข้อมูลว่ามีผู้เสียชีวิต 1 ราย จากภาวะลิ่มเลือดอุดตันร่วมกับเกล็ดเลือดต่ำ (VITT) หลังฉีดวัคซีนแอสตร้าเซนเนก้า ปัจจุบันได้รับรายงานผู้เสียชีวิตหลังได้รับวัคซีนโควิด  แทงพนันกีฬาออนไลน์  รวมทั้งสิ้น 628 ราย ส่วนใหญ่คณะผู้เชี่ยวชาญพิจารณาแล้วว่าไม่เกี่ยวข้องกับวัคซีน

วันนี้ (8 ก.ย.) นพ.จักรรัฐ พิทยาวงศ์อานนท์ ผู้อำนวยการกองระบาดวิทยา กรมควบคุมโรค กล่าวถึงเหตุการณ์ไม่พึงประสงค์หลังได้รับวัคซีนโควิด-19 ว่า จากผลการพิจารณาของคณะผู้เชี่ยวชาญกรณีเสียชีวิตภายหลังการได้รับวัคซีนโควิด-19 พบผู้เสียชีวิตภายหลังได้รับวัคซีนโควิด-19 ที่รับรายงานทั้งหมด 628 ราย โดยคณะผู้เชี่ยวชาญฯ  คาสิโนออนไลน์ทุกรูปแบบ พิจารณาแล้ว 416 ราย พบว่าส่วนใหญ่ไม่เกี่ยวข้องกับวัคซีน เป็นเหตุการณ์ร่วมจากภาวะโรคอื่น (Coincidental event) ทั้งหมด 249 ราย

มีเหตุการณ์ที่ไม่สามารถสรุปได้ว่าเกี่ยวข้องกับวัคซีนหรือไม่ (Indeterminate event) 32 ราย และเหตุการณ์ที่สรุปได้ว่าเกี่ยวข้องกับวัคซีน 1 ราย คือ ผู้ที่มีภาวะลิ่มเลือดอุดตันที่ร่วมกับเกล็ดเลือดต่ำภายหลังได้รับวัคซีนแอสตร้าเซนเนก้า นอกจากนี้ ยังมีเหตุการณ์ที่สรุปไม่ได้ (Unclassified) 12 ราย และรอสรุปผลอีก 122 ราย

สำหรับภาวะลิ่มเลือดอุดตันที่ร่วมกับเกล็ดเลือดต่ำภายหลังได้รับวัคซีนแอสตร้าเซนเนก้า (Vaccine-induced Immune Thrombotic Thrombocytopenia : VITT) ทางคณะผู้เชี่ยวชาญได้ให้ข้อสรุป และคำแนะนำว่าภาวะ VITT สามารถเกิดขึ้นได้แต่น้อยมาก เกมส์สล็อตออนไลน์  และสามารถรักษาให้หายได้ถ้าได้รับการวินิจฉัยอย่างรวดเร็ว เมื่อเทียบกับประโยชน์ของวัคซีนในการป้องกันโรคโควิด-19 และป้องกันความรุนแรงของโรคซึ่งมีมากกว่า จึงยังคงแนะนำให้ประชาชนรับวัคซีนต่อไป

อย่างไรก็ดี ควรเพิ่มความตระหนักเรื่องภาวะ VITT ให้กับบุคลากรทางการแพทย์ เพื่อสามารถทำการวินิจฉัยและรักษาได้อย่างรวดเร็ว นำไปสู่การลดจำนวนผู้เสียชีวิตจากภาวะดังกล่าว โดยควรเพิ่มการตรวจทางห้องปฏิบัติการและยาสำหรับใช้ในการรักษา VITT ในชุดสิทธิประโยชน์ของสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.) เพื่อให้โรงพยาบาลที่มีศักยภาพสามารถทำการวินิจฉัยและรักษาได้อย่างทันท่วงที ไม่ต้องส่งต่อคนไข้ เพิ่มโอกาสในการรักษาและลดการสูญเสีย

IPRO 191